การหาทอง ด้วยเครื่องตรวจจับโลหะราคาถูก ตอนที่ 1

ตอนแรกที่ได้ยินบุญมือ ชนบทท่องให้vJง ทองเบิ้ม บ้านด่าน ทัเงไม่รู้เรื่องเลยว่าอะไรคือ “ไทยฮั่วหลี” เขาต้อง “ผวน” ให้vJงถึงเข้าใจแด่ “ผวน” ว่ายังไงลืมไปแล้วนี่แหละ ๆ ห.จ.จ. คือ เหี้ยจริงจริง นี่ ทองเบิ๋ม บ้านด่าน ด่าตัวเองนะจ๊ะทองเบิ๋ม บ้านด่าน  “อดีต” แห่ง “ใ!จชุบัน”ของ บุญมือ ซนบททั้งๆ ที่นามปากกา บุญมือ ชนบท เกิดขึ้นและประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงตั้งแต่ “สยามรัฐ” ยุค นพพร บุณยฤทธี้ เป็นบรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณาแต่แปลกที่ทุกครั้งเมื่อเห็นนามปากกานี้กลับมีนัยประหวัดถึงชูเกียรติ อุทกะพันธุเป็น ชูเกียรติ อุทกะพันธุ ซึ่งเป็น “BOSS” ใหญ่อยู่ที่สำนัก “อมรินทร์พริ้นติ้ง” เจ้าของนิตยสารยี่ห้อ “แพรว” และเจ้าของร้านหนังสือ“นายอินทร์” อันมากและคึกคักด้วยกิจกรรมในทางวรรณกรรมขณะนี้ทำไมครั้งหนึ่งเมื่อถูกยื่นซองขาวจาก “สยามรัฐ” พร้อมกับ สุจิตต์วงษ์เทศ และ ขรรค์ชัย บุนปาน ในเดือนมิถุนายน ๒๕๑๕  หาทอง สุจิตต์กับขรรต์ชัยไปร่วมกับ “คุณซิว” สุพล เตชะธาดา จัดตั้ง'โรงพิมพ์พิฆเณศขณะเดียวกัน ขรรค์ชัย บุนปาน ก็นั่งประจำเขียนคอลัมน์บุคคลในข่าวด้วยนามปากกา “หวานเย็น” อยู่ที่หนังสือพิมพ์ “ไทยรัฐ”ผมเข้าประจำกองบรรณาธิการ “วิทยาสาร” รายสัปดาห์ เป็นลูกน้องของ ชูเกียรติ อุทกะพันธุ ที่สำนักไทยวัฒนาพานิซ ถนนไมตรีจิตมีอยู่ห้วงหนึ่งที่ บุญมือ ชนบท เขียนที่หน้า ๓ ของไทยรัฐผ่านคอลัมน์ซึ่อ“มวยแทน” ของ บุญมือ ชนบท ก็คือ“เฮย เขียนได้อย่าง‘นไม่ใช่มวยแทนแล้วว่ะ”ดูเหมือนว่า ทุกวันนี้นามปากกา บุญมือ  เครื่องตรวจทองราคา ชนบท มิไต้เป็นนามแปลกหน้าอีกแล้วสำหรับผู้คนในวงการหนังสือแม้ความเก๋าจะย้อนกลับไปตั้งแต่ยุคก่อนเดือนตุลาคม ๒๕๑๖คนอ่านหนังสือที่เคยติดตาม “สยามรัฐ” รายวันยุคที่ สุจิตต์ วงษ์เทศ หันหลังซนกันกับ ขรรค์ชัย บุนปาน ทำงานอย่างชนิดหามรุ่งหามคํ่าย่อมรับรู้ในรสชาติที่ บุญมือ ชนบท นำอาหารมาเสิร์ฟให้ดื่มกินอย่างเปีนประจำเป็นประจำที่หน้ากลางของ “สยามรัฐ” ฉบับวันอาทิตย์หนแรกสุดก็เมื่อ บุญมือ ชนบท เดินทางล่องใต้ใปกับ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตนั และ สุทธิชัย หยุ่นนั่นเป็นหนแรกที่เป็นการนำเสนอเรื่องราวของคอมมิวนิสต์ภาคใต้ด้วยมุมที่แปลกออกไปความที่เป็นนักเลงภาษา บุญมือ ซนบท ประทับใจอย่างเป็นพิเศษกับบางวลีและบางถ้อยคำของคอมมิวนิสต์ภาคใต้ที่ไต้รับพังจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมืองอย่างเช่นคำว่า-นสวงจุดร่วม สงวนจุดต่างอย่าลืมเป็นอันขาดว่า รากฐานที่สำคัญของ บุญมือ ชนบท คือรากฐานในทางภาษาและรากฐานในทางวรรณคดี ยิ่งกว่านั่น เมื่อสำเร็จประกาศนิยบัตรวิชาการคืกษา (ป.กศ.) จากวิทยาลัยวิชาการสืกษา เขายังเอ็นทรานชัเข้าคณะโบราณคดี  เครื่องตรวจจับโลหะใต้น้ำ มหาวิทยาลัยคัลปากร  และเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรระหว่างเป็นผู้ช่วยบรรณาธิการอยู่ที่หนังสือพิมพ์ “สยามรัฐ” รายวันอีกด้วยมีความขัดแย้งหลายอย่างที่ปรากฏอยู่ในการเขียนของ บุญมือชนบท เป็นความขัดแย้งที่สะท้อนให้เห็นตัวตนอันเป็นธาตุแท้ของบุญมือ ชนบทด้านหนึ่ง เขาเป็นคนแห่งยุคสมัยขณะเดียวกัน ด้านหนึ่ง เขาเป็นคนแห่งยุดสมัยซึ่งมิได้แยกขาดจากอดีต ตรงกันข้าม กลับหยั่งลงในอดีตอย่างลึกซึ้งเขาเป็นคนเมือง แต่ก็เป็นคนเมืองที่ติดอยู่กับท้วงทำนองของชนบทเคยมืคนเปรียบเทียบงานกวีนิพนธ์ของ ขรรค์ชัย บุนปาน ว่าเหมือนกับเอา

 

“อดีต” มารังสรรค์ขึ้นด้วยกลิ่นอายแห่ง “ปีจจุบัน”อันเข้มขันตัวตนของขรรค์ชัย คือคนที่เอาคืลาจารึกไปนั่งอ่านในกาแฟสถานภาษาหนังสือของ บุญมือ ชนบท เป็นภาษาที่มืกลิ่นอายท้นสมัย แต่มิได้เป็นความท้นสมัยชนิดที่เป็นภาษาพูด  เครื่องตรวจจับโลหะใต้พื้นดิน  หากแต่เป็นความท้นสมัยอย่างที่รู้จักหยิบยกของเก่ามาใชัได้อย่างเหมาะเจาะตรงที่ถูกทางขณะเดียวกัน แม้ บุญมือ ชนบท จะนั่งอยู่ในท่ามกลางความอึกทึกแห่งมหานครลอนดอนของสหราชอาณาจักร แต่ก็สามารถเชื่อมร้อยความสัมพันธ์ในทางวัฒนธรรมได้อย่างกลมกลืนกลมกลืนระหว่างลอนดอนกับสุโขทัย กลมกลืนระหว่างอดีตกับป็จจุบัน ได้เป็นอย่างดีตัวอย่างอันเป็นรูปธรรมอย่างยิ่ง คือ ตัวอย่างจากการเขียนผ่านงานในหัวเรื่อง “ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านนั่า”

 

เครื่องตรวจทอง