ไมโครโฟนอัดเสียง ความลับที่ต้องถูกเปิดเผย

 

 

 

 

 

ประเดิมโรงพยาบาลกลางผมเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ในวันสิ้นเดิอน เมษายน ๒๔๙ต มีเงินติดตัวมาด้วย art.๐๐ บาท และเสื้อผ้าอีกไม่กี่ชิ้น มีหนังสือนวนิยายกับเรื่องแปลอีกหลายเล่ม กรุงเทพฯ ในช่วงเวลานั้นยังมีลามล้อ ผมนั่งจากสามแยกที่รถเมล์จอดไปจุฬาฯ ซอย ๖ คุณป้าอยู่บ้าน ผมรายงานตัวเองว่าต้องมาขออาศัยหลับนอนที่นี่ซึ่งไม่ทราบจะยาวนานเท่าใด เพราะมาครั้งนี้มีงานทำเป็นเรื่องเป็นราว ผมเล่าซํ้าอีกครั้งในตอนเย็นเมื่อคุณลุง (ขุนอาจดรุณวุฒิ-เนย การุณยวนิช) กลับจากสอนหนังสือ ระหว่างเวลากลางวันผมออกจากบ้านมาทางจุฬาฯ ซอย ๓ เพราะรู้ว่าจะสามารถนั่งรถเมล์ไปถึงถนนสี่พระยาได้เลยทีเดียว รถเมล์ขาวพาผมมาตามถนนสี่พระยา จับตามองกรมสรรพสามิต (ในขณะนั้น) ซึ่งคุณสมบุรณ์บอกไว้กรมสรรพสามิตอยู่ทางขวามือ ฝังตรงข้ามมองไม่ถนัดนัก ผมจึงลงป้ายที,เลยไปหน่อยเดินย้อนกลับมาตามหน้าตึกแถวซึ่งมีทั้งร้านเป็ดย่าง-ร้านข้าวแกงและร้านตัดเย็บเสื้อผ้าและร้านขายเหล้า-เครื่องดื่ม แล้วผมก็เห็นป้ายที่บอกชื่อ บริษัท ประชุมช่าง จำกัด ซึ่งเป็นอาคารสองชั้นครึ่งตึกครึ่งไม้ ผม  เดินเกร่ที่หน้าบริษัทช้าๆ มีเสียงแท่นพิมพ์ดังออกมาจากภายใน มีคนงานเดินเข้า-ออก ผมคิดเอาเองว่าน่าจะมาดักพบคุณสมภูรณในวันพรุ่งนีซึ่งเป็นวันที่นัดให้ผมมาพบเมื่อกลับมาบ้านความรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เป็น “นักข่าว” อย่างเต็มภาคภูมิทำให้นั่ง-นอนไม่ติด ผมเดินออกด้านประตูหลังบ้านที่ติดกับห้องครัว ตรงนั้นมีสระนํ้าขนาดไม่เล็กแตกไม่ใหญ่  เครื่องอัดเสียงsamsung นั้าในสระมีความใสแม้จะมีไม้ยืนต้นอยู่ตามขอบสระบ้างก็ไม,ค่อยมีเศษใบไม้มากนัก นํ้าในสระนี้แหละที่ผมมักจะใช้กระป๋องจ้วงเอาไปใส่ในตุ่มห้องนํ้าในวันที่ว่าง อากาศค่อนข้างดี จะเรียกว่ามลภาวะเป็นพิษก็ไม่มี เมื่อคุณลุงกลับมาแล้ว ผมจึงเข้าไปกราบและทวนความให้ทราบถึงเรื่องงาน “เครืองบันทึกเสียงนักข่าว” ท่าทางของคุณลุงมีความยินดีเพราะผมยึดมุมห้องชั้นล่างเป็นที่นอน ก็แค่เสื่อหนึ่งผืนและหมอนใบก็สบายแล้ว ส่วนผ้าห่มผมเอาติดตัวมาด้วยนอกจากคุณลุงกับคุณป้าแล้ว ลูกของคุณลุงที่ยังเรียนมัธยมอยู่และพบกันในตอนเย็นนั้นมีสอง-สามคน หนึ่งในจำนวนนั้นคือคุณวิเซษฐ์(พลเรือเอกวิเชษฐ์ การุณยวนิช-อดีต ผบ.ทร.) ลูกอีกหลายคนหรือเราจะเรียกว่าทุกคนก็ได้เรียนชั้นประถมจนจบประถมปีที่  ที่โรงเรียนกล่อมปฐมวัยซึ่งเป็นโรงเรียนที่คุณแม่ของคุณลุงเป็นเจ้าของ ทั้งยังสอนdi    จิ    จิ จิเด็กเล็กให้เข้าใจถึงตัวหนังสือเบื้องต้นสมัยนั้นเรียกว่าชั้น3งูล ผมกับน้องๆ ก็เรียนที่นี่,ทั้งนั้นเพราะ1ไม่ต้องเสียเงินค่าเล่าเรียนกล่อมปฐมวัยเป็นโรงเรียนราษฎร์ที่มีชื่อเสียงมากจนสามารถบอกได้ว่า เด็กๆ ในเมืองชลกว่า Co% ล้วนเรียนชั้นมูลที่นึ่ทั้งนั้น “คุณย่าเริ่ม” ครูผู้สอนเป็นที่รู้กันว่าดุชะมัด น้อยคนนักที่จะรอดไม้เรียวของคุณย่า แต่ไม่มีใครถือเป็นเรื่องรับไม่ได้เนื่องจากรูว่าการเรียนชั้นมูลที่นึ่ทำให้มีความเข้าใจเบื้องต้นภาษาไทยได้ดี ฉะนั้น แม้จะมีรอยไม้เรียวกลับไปอวดพ่อกับแม่ ก็ไม่ได้รับความสนใจ ผมเองยังเคยเจอชนิดไม่น้อยหน้าใครๆ ว่ายังงั้นเถอะ

 

แปลกไหมครับ, เรื่องอย่างนี้ทำไมผมถึงจำได้ไม่ลืมก็ไม่ทราบเหมือนกัน ออกนอกเรื่องมานิดหน่อย ขอกลับเข้าไปที่งานข่าวสำคัญที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ต่อ นักข่าวที่มาด้วยกับคุณพหลนั้นรูปร่างลูงมืท่าทางเอาเรื่องไม่น้อยเลย ถ้าความจำยังไม่เสื่อมผมได้รู้ชื่อในเย็นกันนั้นเองว่าชื่อ “กมล โปรานานนท์” ผู้เป็นเหยี่ยวข่าวทีเดียวแหละ สายตาของคุณกมลที่มองมายังผมเหมือนจะอ่านได้ว่าเป็นนักข่าวเหมือนกัน“ท่าทางของเขาผมถือว่าเป็นการท้าทาย” ผมบอกคุณลมบุรณ์เมื่อกลับมาตอนเที่ยงแล้วเสริมต่ออีกว่า “ถ้าผมจะขอใช้รถในตอนบ่าย  เครื่องอัดเสียงไร้สาย ตามข่าวนี้เพียงคนเดียว คุณสมบูรณ์จะอนุญาตไหม”คุณสมบูรณ์คิดประเดี๋ยวเดียวก็พยักหน้า “เอาอนันตไปด้วย1ไหม”คุณสมบูรณ์ถาม“ก็ดีเหมือนกันครับ เผื่อติดขัดอะไรจะได้มีที่ปรึกษา”จะด้วยอะไรก็ตามแต่ การติดตามเอารายละเอียดของข่าวนี้ทำให้ผมยึดแนวทางส่วนหนึ่งที่คุณสมบูรณ์ชี้นำว่าควรไปที่ไหน เอารายละเอียดอะไร กับอีกส่วนหนึ่งคือตามความคิดของผมเอง แต่การหาข่าวในยุคนั้นบอกได้เลยว่าต้องใช้ไหวพริบไม่น้อยประการแรก เมื่อไปถึงบ้านของนายแพทย์ผู้ตายนั้น พอเขาเห็นเราสองคนก็ทราบได้ทันทีว่าเป็นนักข่าวช่างภาพหนังสือพิมพ์ ผู้คนทีตอบคำถามมักไม่ยอมตอบอะไรง่ายๆ ผมจึงหาทางกระซิบให้อนันต์อยู่ห่างจากผม ขณะเดียวกัน ผมก็ไม่เช้าชี้กวนใจ ผมไม่มีกระดาษเอาออกมาจด แต่ใช้ความจำ เมื่อคนหนึ่งไม่อยากพูดก็มืคนอื่นที่เป็นญาติ รู้ได้จากการเรึยกขานกันก็จะเล่าหรือตอบคำถาม ผมจะไม่พยายามรุกที่จะหาเรื่องราว คุยบ้างในสิ่งที่ไม่เป็นเรื่องเป็นราว ผู้คนที่เดินเข้า-ออกมักจะมืคำบอกเล่ากันเสมอ ผมนั่งฟังปะติดปะต่อเรื่องราวได้ไม่น้อยก่อนจะกลับผมเร่ไปที่คุณอนันต์บอกลักษณะบุคคลที่น่าจะถ่ายภาพให้คุณอนันต์ไปจัดการ ผมให้คนรถติดเครื่องแล้วชำเลืองมองคุณ'อนันต์ ขัวเวลาไม่นานเลยคุณอนันต์ก็จำอ้าวแล้วโดดขึนรถผมกลับย้อนไปโรงพยาบาลจุฬาฯ อีก คราวนี้ได้พบเพื่อนๆ บางคนของนางพยาบาล ผมไม่แสดงตัวว่าเป็นนักข่าว เงี่ยบูฟังพยาบาลที่พูดกันและเมื่อคนหนึ่งผละออกไป ผมก็จะเลียบเคียงไปที่คนที่ยังอยู่ ใช้วิธี “ต่อความ” จากที่คนก่อนพูดเอาไว้ พยาบาลผู้นั้นจะมองผมอย่างสงลัย แต่ก็ตอบในสิ่งที่ผมตั้งคำถามหรือ “ต่อความ” นั้น ผมทำแบบนี้กับเพื่อนพยาบาลคนอื่นอีกคน-สองคนแล้วผมก็กลับเข้าโรงพิมพ์ เข้าไปนั่งตรงหน้าคุณสมบูรณ์แล้วเล่าทุกอย่างให้ฟัง ได้รับคำตอบว่าฝ่าทะเลนํ้าหมึก

 

 

เครื่องอัดเสียง

Write a comment

Comments: 0